โภชนาการ

TDEE คืออะไร? ความแตกต่างระหว่าง BMR กับ TDEE

11 กุมภาพันธ์ 2026
5 นาที
#โภชนาการ #อาหารคลีน #แคลอรี่
TDEE คืออะไร? ความแตกต่างระหว่าง BMR กับ TDEE

TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คืออะไร?

TDEE ย่อมาจาก Total Daily Energy Expenditure หรือ พลังงานที่ใช้ทั้งหมดต่อวัน คือจำนวนแคลอรี่ทั้งหมดที่ร่างกายของคุณเผาผลาญใน 1 วัน รวมทั้งการพักผ่อน การทำงาน การออกกำลังกาย และกิจกรรมทั้งหมดที่คุณทำตลอดทั้งวัน

การรู้ TDEE ของคุณเป็น กุญแจสำคัญ ในการ:

  • ✅ วางแผนลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง
  • ✅ เพิ่มกล้ามเนื้ออย่างมีประsิทธิภาพ
  • ✅ รักษาน้ำหนักให้คงที่
  • ✅ ปรับเปลี่ยนอาหารตามเป้าหมาย

TDEE vs BMR: ต่างกันอย่างไร?

หลายคนมักจะสับสนระหว่าง BMR กับ TDEE มาดูความแตกต่างกันครับ:

หัวข้อ BMR TDEE
ความหมาย พลังงานพื้นฐานขณะพักผ่อน พลังงานรวมทั้งหมดต่อวัน
รวมกิจกรรม ❌ ไม่รวม ✅ รวมทุกอย่าง
ใช้สำหรับ คำนวณค่าขั้นต่ำ วางแผนอาหารจริง
ตัวอย่าง 1,400 kcal/วัน 2,100 kcal/วัน

สูตรง่ายๆ:

TDEE = BMR × Activity Factor

องค์ประกอบของ TDEE

TDEE ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก:

1. BMR (Basal Metabolic Rate) - 60-75%

พลังงานที่ใช้รักษาการทำงานของอวัยวะพื้นฐาน เช่น หัวใจเต้น หายใจ สมองทำงาน

2. NEAT (Non-Exercise Activity Thermogenesis) - 15-30%

พลังงานที่ใช้ในกิจกรรมทั่วไป เช่น เดิน ยืน พิมพ์งาน ทำงานบ้าน

3. EAT (Exercise Activity Thermogenesis) - 5-10%

พลังงานที่ใช้ในการออกกำลังกายตามโปรแกรม เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง เล่นเวท

4. TEF (Thermic Effect of Food) - 10%

พลังงานที่ใช้ในการย่อยและดูดซึมอาหาร โดยเฉพาะโปรตีนใช้พลังงานมากที่สุด (20-30%)

วิธีคำนวณ TDEE

ขั้นตอนที่ 1: คำนวณ BMR

ใช้สูตร Mifflin-St Jeor:

ผู้ชาย:
BMR = (10 × น้ำหนัก kg) + (6.25 × ส่วนสูง cm) - (5 × อายุ ปี) + 5

ผู้หญิง:
BMR = (10 × น้ำหนัก kg) + (6.25 × ส่วนสูง cm) - (5 × อายุ ปี) - 161

ขั้นตอนที่ 2: เลือก Activity Factor

ระดับกิจกรรม ค่าคูณ คำอธิบาย
Sedentary 1.2 นั่งทำงาน ไม่ค่อยเคลื่อนไหว
Lightly Active 1.375 ออกกำลังกายเบาๆ 1-3 วัน/สัปดาห์
Moderately Active 1.55 ออกกำลังกายปานกลาง 3-5 วัน/สัปดาห์
Very Active 1.725 ออกกำลังกายหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์
Extra Active 1.9 ออกกำลังกายหนักมาก 2 ครั้ง/วัน หรืองานหนัก

ขั้นตอนที่ 3: คำนวณ TDEE

TDEE = BMR × Activity Factor

ตัวอย่างการคำนวณ TDEE

กรณีศึกษา 1: สาวออฟฟิศ

  • เพศ: หญิง
  • อายุ: 28 ปี
  • น้ำหนัก: 58 กิโลกรัม
  • ส่วนสูง: 162 เซนติเมตร
  • กิจกรรม: Lightly Active (ออกกำลังกาย 2 วัน/สัปดาห์)

การคำนวณ:

BMR = (10 × 58) + (6.25 × 162) - (5 × 28) - 161
= 580 + 1,012.5 - 140 - 161
= 1,291.5 แคลอรี่/วัน

TDEE = 1,291.5 × 1.375
= 1,776 แคลอรี่/วัน

ความหมาย: หากทานพอดี 1,776 แคลอรี่/วัน จะรักษาน้ำหนักเดิม


กรณีศึกษา 2: หนุ่มออกกำลังกายหนัก

  • เพศ: ชาย
  • อายุ: 32 ปี
  • น้ำหนัก: 75 กิโลกรัม
  • ส่วนสูง: 178 เซนติเมตร
  • กิจกรรม: Very Active (ออกกำลังกาย 6 วัน/สัปดาห์)

การคำนวณ:

BMR = (10 × 75) + (6.25 × 178) - (5 × 32) + 5
= 750 + 1,112.5 - 160 + 5
= 1,707.5 แคลอรี่/วัน

TDEE = 1,707.5 × 1.725
= 2,945 แคลอรี่/วัน

ความหมาย: ต้องทานประมาณ 3,000 แคลอรี่/วัน เพื่อรักษาน้ำหนัก

การใช้ TDEE ในการวางแผนอาหาร

เมื่อรู้ TDEE แล้ว คุณสามารถวางแผนตามเป้าหมายได้:

🎯 ลดน้ำหนัก (Fat Loss)

เป้าหมาย: สร้าง Calorie Deficit 300-500 แคลอรี่/วัน

สูตร: แคลอรี่ที่ควรทาน = TDEE - 300 ถึง 500

อัตราลดน้ำหนัก: 0.5-0.7 กิโลกรัม/สัปดาห์ (ปลอดภัย)

ตัวอย่าง: หาก TDEE = 2,000 แคลอรี่
ควรทาน 1,500-1,700 แคลอรี่/วัน เพื่อลดน้ำหนัก

💪 เพิ่มกล้ามเนื้อ (Muscle Gain)

เป้าหมาย: สร้าง Calorie Surplus 200-300 แคลอรี่/วัน

สูตร: แคลอรี่ที่ควรทาน = TDEE + 200 ถึง 300

อัตราเพิ่มน้ำหนัก: 0.25-0.5 กิโลกรัม/สัปดาห์ (Lean Bulk)

ตัวอย่าง: หาก TDEE = 2,500 แคลอรี่
ควรทาน 2,700-2,800 แคลอรี่/วัน เพื่อเพิ่มกล้าม

⚖️ รักษาน้ำหนัก (Maintenance)

เป้าหมาย: ทานพอดีกับ TDEE

สูตร: แคลอรี่ที่ควรทาน = TDEE ± 100

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ TDEE

1. การออกกำลังกาย

การเพิ่มความถี่หรือความเข้มข้นส่งผลโดยตรงต่อ TDEE

  • HIIT เพิ่ม TDEE มากกว่า steady cardio
  • Weight training เพิ่ม TDEE ในระยะยาวผ่านการเพิ่มกล้าม

2. NEAT (กิจกรรมนอกโปรแกรม)

การเคลื่อนไหวตามปกติมีผลมาก:

  • เดินมากขึ้น +200-300 kcal/วัน
  • ยืนทำงานแทนนั่ง +50-100 kcal/ชั่วโมง
  • ทำงานบ้าน +150-250 kcal/ชั่วโมง

3. มวลกล้ามเนื้อ

กล้ามเนื้อเผาผลาญแคลอรี่แม้ขณะพัก:

  • กล้าม 1 กิโล = +13 kcal/วัน
  • ไขมัน 1 กิโล = +4.5 kcal/วัน

4. อายุ

TDEE ลดลงประมาณ 2-3% ทุกๆ 10 ปี หลังจากอายุ 20

5. การนอนหลับ

การนอนไม่เพียงพอลด TDEE ได้ถึง 5-8%

6. ฮอร์โมน

Thyroid, Testosterone, Cortisol ส่งผลต่อ metabolism

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ TDEE

❌ ผิด #1: คิดว่า TDEE เป็นตัวเลขคงที่
✅ ถูก: TDEE เปลี่ยนแปลงตามกิจกรรม น้ำหนัก และมวลกล้าม

❌ ผิด #2: เลือก Activity Factor สูงเกินไป
✅ ถูก: ส่วนใหญ่ควรเริ่มที่ Lightly Active หรือ Moderately Active

❌ ผิด #3: ทานน้อยกว่า BMR นานๆ
✅ ถูก: ควรทานไม่ต่ำกว่า BMR เกิน 200-300 แคลอรี่

❌ ผิด #4: ไม่ปรับ TDEE เมื่อน้ำหนักเปลี่ยน
✅ ถูก: ควรคำนวณใหม่ทุก 2-4 สัปดาห์

❌ ผิด #5: ลด deficit มากเกินไป (มากกว่า 1,000 kcal)
✅ ถูก: Deficit ที่เหมาะสม คือ 300-500 แคลอรี่/วัน

วิธีติดตามและปรับ TDEE

สัปดาห์ที่ 1-2: ทดสอบ

  1. คำนวณ TDEE จากสูตร
  2. ทานพอดี TDEE เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  3. ชั่งน้ำหนักทุกเช้าในเวลาเดียวกัน
  4. หาค่าเฉลี่ยทุกสัปดาห์

ผลการทดสอบ:

  • น้ำหนักคงที่: TDEE ถูกต้อง ✅
  • น้ำหนักขึ้น: TDEE ต่ำเกินไป ปรับลง 100-150 kcal
  • น้ำหนักลง: TDEE สูงเกินไป ปรับเพิ่ม 100-150 kcal

สัปดาห์ที่ 3+: ปรับเป้าหมาย

เมื่อรู้ TDEE จริงแล้ว ปรับตามเป้าหมาย:

  • ลดน้ำหนัก: TDEE - 400
  • เพิ่มกล้าม: TDEE + 250
  • รักษา: TDEE

เครื่องมือช่วยคำนวณ TDEE

แอพมือถือแนะนำ:

  • 📱 MyFitnessPal - นับแคลอรี่และคำนวณ TDEE
  • 📱 Lose It! - ติดตามอาหารและน้ำหนัก
  • 📱 MacroFactor - ปรับ TDEE อัตโนมัติตามผล
  • 📱 Carbon Diet Coach - AI คำนวณอัตโนมัติ

เว็บไซต์คำนวณ:

  • 🌐 tdeecalculator.net
  • 🌐 calculator.net/tdee-calculator.html

ตัวอย่างแผนอาหารตาม TDEE

สมมติ TDEE = 2,000 แคลอรี่

🎯 เป้าหมาย: ลดน้ำหนัก

แคลอรี่เป้าหมาย: 1,600 แคลอรี่/วัน (TDEE - 400)

มื้อเช้า (400 kcal):

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ไข่ขาว 3 ฟอง + ไข่แดง 1 ฟอง
  • อะโวคาโด 1/4 ผล

มื้อกลางวัน (500 kcal):

  • ข้าวกล้อง 3/4 ถ้วย
  • อกไก่ย่าง 120 กรัม
  • ผักสลัด + น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

มื้อว่าง (200 kcal)

  • โยเกิร์ตกรีก 150 กรัม
  • ผลไม้ตามฤดูกาล

มื้อเย็น (500 kcal):

  • ปลาแซลมอนย่าง 150 กรัม
  • มันฝรั่งอบ 1 ลูกเล็ก
  • บร็อคโคลีนึ่ง ไม่จำกัด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ถ้าวันหนึ่งทานเกิน TDEE จะอ้วนทันทีไหม?
A: ไม่อ้วนทันที เพราะร่างกายดูจากแคลอรี่เฉลี่ยรายสัปดาห์ ไขมัน 1 กิโล = 7,000 แคลอรี่ ถ้าเกินแค่วันเดียว 500 แคลอรี่ จะเพิ่มแค่ 71 กรัม

Q: ต้องคำนวณ TDEE ใหม่บ่อยแค่ไหน?
A: ควรคำนวณใหม่ทุก 2-4 สัปดาห์ หรือเมื่อน้ำหนักเปลี่ยนไป 2-3 กิโลกรัม

Q: ทำไมลดตาม TDEE แล้วน้ำหนักไม่ลง?
A: เหตุผลเป็นไปได้:
1. Activity Factor เลือกสูงเกินไป
2. นับแคลอรี่ผิด/ไม่แม่นยำ
3. กินซ่อน snacks ไม่นับ
4. ร่างกายกักเก็บน้ำ (ช่วงแรกเป็นปกติ)

Q: ออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ เลือก Activity Factor ไหนดี?
A: เลือกระดับที่ต่ำกว่า 1 ระดับจะปลอดภัยกว่า เช่น ถ้าออก 3-5 วัน ให้เลือก Lightly Active (1.375) แทน Moderately Active (1.55)

Q: TDEE สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์คำนวณยังไง?
A: ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการ เพราะต้องเพิ่มแคลอรี่ 300-500 ตามไตรมาส

สรุป

TDEE เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เิทราบว่าควรทานอาหารเท่าไหร่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก เพิ่มกล้าม หรือรักษาน้ำหนัก

จำไว้ว่า:

  • ✅ TDEE เป็นตัวเลขประมาณการ ต้องปรับตามผลจริง
  • ✅ น้ำหนักขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ ให้ดูค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์
  • ✅ ควรปรับ TDEE เมื่อน้ำหนักเปลี่ยนหรือกิจกรรมเปลี่ยน
  • ✅ การนับแคลอรี่ที่แม่นยำเป็นกุญแจสำคัญ

หากคุณต้องการโปรแกรมที่คำนวณ TDEE อัตโนมัติและปรับตามผลจริงของคุณ พร้อมเทรนเนอร์ติดตามผ่าน LINE 24/7 XTrainerPro พร้อมช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน!

แท็ก

โภชนาการ อาหารคลีน แคลอรี่

แชร์บทความนี้